เมื่อต้องรักษาสุขภาพให้แข็งแรง พวกเราส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่การรับประทานอาหารและการทานสิ่งที่เหมาะสม บางทีเราอาจดูแลสุขภาพหัวใจด้วยการออกกำลังกายและดูแลสุขภาพลำไส้ผ่านการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ แต่เราพิจารณาถึงสุขภาพสมองบ่อยแค่ไหนกัน

เมื่อคุณอายุมากขึ้น คุณอาจต้องการการสนับสนุนต่อสมองมากขึ้น การแก่ชราอาจส่งผลต่อสมองโดยการเพิ่มเวลาการเรียนรู้และปฏิกิริยา ลดการเชื่อมต่อของเซลล์สมอง และนำไปสู่ความจำที่แย่ลง

โชคดีที่สารอาหารกระตุ้นสมองอันทรงพลังบางอย่างอาจช่วยสนับสนุนความจำและการรับรู้ได้ เช่น ฟอสฟาติดิลโคลีน ฟอสฟาติดิลซีรีน ไทอามีน ลูทีน และกรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก (DHA)

ฟอสฟาติดิลโคลีน

ฟอสฟาติดิลโคลีนนั้นมีความโดดเด่นเนื่องจากการสนับสนุนความจำและการทำงานขององค์ความรู้ ทั้งนี้สาเหตุก็คือฟอสฟาติดิลโคลีนเป็นไขมันทางชีวภาพที่มีมากที่สุดชนิดหนึ่งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลิปิด (ไขมัน) เป็นโมเลกุลอินทรีย์ เช่น ไขมันที่ไม่ละลายในน้ำ

ในฐานะที่เป็นไขมันทางชีวภาพ ฟอสฟาติดิลโคลีนเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์ของเรา ซึ่งประกอบขึ้นเป็นส่วนใหญ่ของเยื่อหุ้มเซลล์ ฟอสฟาติดิลโคลีนสร้างขึ้นในร่างกายจากโคลีนที่ได้จากอาหาร

โคลีนเป็นสารอาหารสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นตัวสร้างสารสื่อประสาทอะเซทิลโคลีน ซึ่งมีบทบาทในด้านความจำ การเรียนรู้ และการสร้างฟอสฟาติดิลโคลีน โคลีนสามารถพบได้ในอาหารบางชนิด เช่น ไข่แดง ถั่วเหลือง ไก่ และเนื้อวัว

ฟอสฟาติดิลโคลีนมีบทบาทสำคัญในร่างกาย ซึ่งรวมถึงสุขภาพของหัวใจ สุขภาพของตับ และแม้กระทั่งสุขภาพของลำไส้ แต่สิ่งที่ทำให้ฟอสฟาติดิลโคลีนโดดเด่นก็คือการช่วยเสริมความจำและการรับรู้

การศึกษาได้ชี้ให้เห็นว่าฟอสฟาติดิลโคลีนอาจมีความเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงความจำและประสิทธิภาพทางการรับรู้ ตัวอย่างเช่น การศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่าระดับฟอสฟาติดิลโคลีนในกระแสเลือดที่ต่ำลงนั้นสัมพันธ์กับความจำที่แย่ลงและการทำงานขององค์ความรู้ที่ลดลงในผู้สูงวัย

การศึกษาอีกชิ้นชี้ให้เห็นว่าโคลีนที่สูงขึ้นในอาหาร ซึ่งหมายถึงการสังเคราะห์ฟอสฟาติดิลโคลีนในร่างกายที่มากขึ้นนั้นทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของความจำทางวาจาและทางภาพในผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ดีขึ้น

การวิจัยชี้ให้เห็นว่าฟอสฟาติดิลโคลีนอาจช่วยสนับสนุนความจำและความรู้ความเข้าใจโดยการลดการอักเสบของสมองซึ่งเชื่อมโยงกับความเสื่อมของเซลล์สมองและการลดลงของความรู้ความเข้าใจ ตัวอย่างเช่น การศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่าฟอสฟาติดิลโคลีนช่วยลดการอักเสบอย่างเป็นระบบหรือการอักเสบทั้งร่างกายในหนู โดยเฉพาะการอักเสบของสมอง

การศึกษาสัตว์อีกชิ้นในหนูที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทที่คล้ายกับโรคอัลไซเมอร์ชี้ให้เห็นว่าเมื่อทานฟอสฟาติดิลโคลีนร่วมกับกรดไอโคซาเพนทาอีโนอิก (EPA) และกรดไขมัน DHA โอเมก้า 3 อาจช่วยลดการอักเสบของสมองและเพิ่มความรู้ความเข้าใจได้

การวิจัยเพิ่มเติมชี้ให้เห็นว่าการรวมกันของฟอสฟาติดิลโคลีนกับไขมันอีกชนิด (กล่าวคือ ฟอสฟาติดิลซีรีน) อาจทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระสำหรับสมอง พร้อมกับปกป้องเซลล์สมองจากการทำงานที่มากเกินไปของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งอาจนำไปสู่โรคต่างๆ เช่น อัลไซเมอร์

ฟอสฟาติดิลซีรีน

ฟอสฟาติดิลซีรีนเป็นไขมันชีวภาพอีกประเภทหนึ่งที่สามารถสร้างได้จากฟอสฟาติดิลโคลีน ฟอสฟาติดิลซีรีนช่วยในการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ของเรา เช่นเดียวกับฟอสฟาติดิลโคลีน ฟอสฟาติดิลซีรีนเป็นหนึ่งในไขมันที่มีมากที่สุดในเปลือกสมองของมนุษย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสมองที่รับผิดชอบในกระบวนการคิดที่สูงขึ้น เช่น ภาษา การใช้เหตุผล ความจำ และการเรียนรู้

ฟอสฟาติดิลซีรีนอาจช่วยสนับสนุนความจำและความรู้ความเข้าใจได้ในหลายวิธี ตัวอย่างเช่น การวิจัยชี้ให้เห็นว่าฟอสฟาติดิลซีรีนอาจปรับปรุงความจำระยะสั้นและการสร้างความจำ การเรียนรู้และการจดจ่อ และแม้กระทั่งความสามารถทางภาษา ทั้งนี้คาดว่าสาเหตุมาจากการที่ฟอสฟาติดิลซีรีนสามารถข้ามแนวกั้นเลือดและสมองได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเป็นเครือข่ายของหลอดเลือดและเนื้อเยื่อที่ปกป้องสมองจากสารที่เป็นอันตราย เนื่องจากฟอสฟาติดิลซีรีนข้ามแนวกั้นเลือดและสมองได้ง่ายมาก จึงอาจช่วยป้องกันความเสียหายและการเสื่อมสภาพของเซลล์ประสาทได้

การศึกษาอีกชิ้นแสดงให้เห็นว่าฟอสฟาติดิลซีรีนอาจช่วยเพิ่มความจำและป้องกันความรู้สึกเศร้าในช่วงเดือนที่อากาศหนาวเย็น ("winter blues") ในผู้ป่วยสูงอายุ

ฟอสฟาติดิลซีรีนอาจเป็นประโยชน์สำหรับการสนับสนุนทางปัญญาในช่วงเวลาที่มีความเครียด งานวิจัยชิ้นหนึ่งได้ให้ผู้เข้าร่วมทำงานที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และความจำภายใต้ความเครียด จากนั้นจึงแบ่งผู้เข้าร่วมไปยังกลุ่มที่รับประทานอาหารเสริมฟอสฟาติดิลโคลีนหรือยาหลอก ผู้เข้าร่วมได้รับความเครียดอีกครั้งและทำการทดสอบซ้ำ บุคคลที่เสริมด้วยฟอสฟาติดิลซีรีนรู้สึกผ่อนคลายมากกว่ากลุ่มยาหลอก

ในขณะที่การศึกษาชี้แนะว่าฟอสฟาติดิลซีรีนอาจเป็นประโยชน์ต่อความจำและการเรียนรู้ การวิจัยยังระบุด้วยว่าฟอสฟาติดิลซีรีนอาจช่วยปรับปรุงปัจจัยด้านความรู้ความเข้าใจอื่นๆ เช่น ความยืดหยุ่นทางจิต ความสามารถในการเปลี่ยนรูปแบบความคิด และทักษะสมอง

ไทอามีน

ไทอามีนหรือที่เรียกว่าวิตามินบี 1 นั้นเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำและเป็นสารอาหารที่จำเป็นซึ่งต้องได้รับจากอาหารหรืออาหารเสริม อาหารที่มีไทอามีนสูง ได้แก่ ถั่วลันเตา ถั่วและถั่วฝักยาว เมล็ดทานตะวัน โยเกิร์ต และข้าวกล้อง

ไทอามีนมีความสำคัญต่อการสลายและการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและเป็นผู้ช่วยสำหรับเอนไซม์ไมโทคอนเดรีย (ตัวผลิตพลังงานในโรงไฟฟ้าของร่างกาย) และมีการเชื่อมโยงที่ดีกับสุขภาพระบบประสาทด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น มีการระบุว่าการขาดไทอามีนเป็นสาเหตุของโรคทางระบบประสาทบางอย่าง เช่น โรคเหน็บชา ซึ่งมีอาการต่างๆ ได้แก่ เดินลำบาก สูญเสียความรู้สึกในแขนขา และมีปัญหาด้านภาษาและคำพูด

การวิจัยยังเชื่อมโยงการบริโภคไทอามีนต่ำกับปัญหาในด้านความรู้ความเข้าใจอื่นๆ เช่น ความจำไม่ดีและความเสียหายของเซลล์ประสาท นอกจากนี้ การวิจัยยังชี้ให้เห็นว่าสมองอาจมีความเสี่ยงเป็นพิเศษต่อการขาดไทอามีน เนื่องจากสมองพึ่งพาการผลิตพลังงานโดยไมโทคอนเดรีย

การศึกษาชี้ให้เห็นว่าไทอามีนอาจทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านการอักเสบในสมองเพื่อช่วยป้องกันและปรับปรุงความจำและความรู้ความเข้าใจ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากความสามารถของไทอามีนในการปรับปรุงการเผาผลาญกลูโคสในสมอง เนื่องจากสมองใช้กลูโคสเป็นแหล่งเชื้อเพลิงหลัก

ตัวอย่างเช่น งานวิจัยชิ้นหนึ่งได้แบ่งผู้เข้าร่วมที่เป็นโรคความจำเสื่อมเล็กน้อยและโรคอัลไซเมอร์ที่ไม่รุนแรงออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกได้รับเบนโฟไทอามีนและอีกกลุ่มได้รับยาหลอก เบนโฟไทอามีนเป็นไทอามีนหรือวิตามินบี 1 ในรูปแบบที่ละลายในไขมัน ซึ่งมีประโยชน์ทางชีวภาพมากกว่าหรือดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายกว่า กลุ่มที่ได้รับเบนโฟไทอามีนมีความบกพร่องทางสติปัญญาน้อยกว่าและมีสัญญาณแห่งการเผาผลาญกลูโคสในสมองที่ดีกว่ากลุ่มยาหลอก

นอกจากนี้ จากการศึกษาในสัตว์ทดลองแสดงให้เห็นว่าการเสริมไทอามีนและเบนโฟไทอามีนช่วยปรับปรุงการเรียนรู้และลดพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเครียดได้

ลูทีน

ลูทีนเป็นแคโรทีนอยด์ แคโรทีนอยด์เป็นที่มาของสีต่างๆ ตั้งแต่สีแดง สีส้ม ไปจนถึงสีเหลืองที่พบในอาหาร ลูทีนเฉดสีเหลืองมีอยู่ในผักโขม คะน้า ชิโครี่ พริกหยวก และอาหารอื่นๆ ลูทีนเป็นสิ่งที่ทำให้ไข่แดงมีสีเหลืองอันเป็นเอกลักษณ์

ผู้คนมักใช้ลูทีนร่วมกับซีแซนทีนเพราะทั้งสองอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพดวงตา บางครั้งลูทีนได้รับการเรียกว่าเป็นวิตามินดวงตาหรือเม็ดสีดวงตา เนื่องจากมีประโยชน์ต่อสุขภาพดวงตา ซึ่งรวมถึงความสามารถในการปรับปรุงและป้องกันโรคต่างๆ เช่น จอประสาทตาเสื่อมที่เกี่ยวข้องกับอายุ

แม้ว่าลูทีนอาจมีประโยชน์อย่างมากต่อดวงตา แต่งานวิจัยชี้ว่าลูทีนอาจเป็นประโยชน์ต่อความจำและการทำงานขององค์ความรู้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น การศึกษาแสดงให้เห็นว่าการเสริมลูทีนในผู้ใหญ่อาจทำให้ระดับออกซิเจนในสมองดีขึ้น และเพิ่มการรักษาความจำ เวลาตอบสนองเร็วขึ้น และการทำงานของความรู้ความเข้าใจดีขึ้น

การวิจัยยังระบุด้วยว่าการบริโภคลูทีนที่สูงขึ้นอาจสัมพันธ์กับการจำคำศัพท์และความจำที่ดีขึ้นในผู้สูงอายุ ทั้งนี้สาเหตุอาจมาจากฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ต้านการอักเสบของลูทีนต่อเนื้อเยื่อสมอง เนื่องจากลูทีนเป็นแคโรทีนอยด์ที่พบมากที่สุดในสมอง จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูทีนมีคุณสมบัติในการต่อต้านวัย

การศึกษาในสัตว์ทดลองชี้ให้เห็นว่าลูทีนอาจช่วยปรับปรุงความยืดหยุ่นของระบบประสาท ความสามารถของสมองในการจัดรูปแบบและจัดระเบียบความสัมพันธ์ใหม่ และเติบโตจากการเรียนรู้และประสบการณ์ ขณะเดียวกันก็ป้องกันการเสื่อมของเซลล์สมองด้วย

ในทางกลับกัน การวิจัยชี้ให้เห็นว่าการบริโภคลูทีนที่ต่ำลงนั้นส่งผลให้ความจำแย่ลง เวลาตอบสนองนานขึ้น และมีคะแนนที่แย่ลงในการตรวจสภาพจิตแบบย่อย ซึ่งเป็นการทดสอบที่ใช้ในการวัดระดับความบกพร่องทางสติปัญญาของแต่ละบุคคล

ที่น่าสนใจก็คือ ผลการศึกษาชี้ว่าเมื่อเสริมลูทีนร่วมกับ DHA คะแนนความคล่องแคล่วทางวาจา ความจำ และอัตราการเรียนรู้จะดีขึ้นในผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดีซึ่งไม่มีความบกพร่องทางสติปัญญา

กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก (DHA)

เมื่อพูดถึงสุขภาพสมอง เรามักจะนึกถึงสารอาหาร DHA เป็นอย่างแรก DHA เป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่พบตามธรรมชาติในสาหร่ายและปลาที่มีไขมันสูง รวมทั้งปลาแซลมอน ปลาเฮอริ่ง และปลาทูน่า DHA เป็นกรดไขมันหลักในเยื่อหุ้มสมองส่วนหน้า ซึ่งเป็นพื้นที่ของสมองที่รับผิดชอบต่อทักษะสมองและการแสดงออกทางภาษา

การศึกษาชี้ให้เห็นว่า DHA ที่เพิ่มขึ้นสามารถนำไปสู่การทำงานขององค์ความรู้และความจำที่ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น การศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่าบุคคลที่เสริมด้วย EPA และ DHA สามารถปรับปรุงความรู้ความเข้าใจและผลลัพธ์ด้านความรู้ความเข้าใจได้ดีกว่ายาหลอก

นอกจากนี้ การวิจัยยังชี้ให้เห็นว่าระดับ DHA ที่ลดลงอาจทำให้ความรู้ความเข้าใจลดลงในวัยสูงอายุ ซึ่งคาดว่าอาจเป็นเพราะ DHA อาจช่วยเพิ่มออกซิเจนและการไหลเวียนของสมองพร้อมกับลดการอักเสบของสมอง การศึกษาในสัตว์ทดลองยังชี้ให้เห็นว่าการบริโภค DHA ในระดับที่ต่ำกว่าหรือการเผาผลาญ DHA ที่แย่ลงนั้นอาจทำให้ความยืดหยุ่นของสมองแย่ลงและการอักเสบของสมองเพิ่มขึ้น

การวิจัยยังชี้ให้เห็นว่าการเสริมด้วย DHA อาจช่วยให้สมองทำงานได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น การศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่าคนหนุ่มสาวที่เสริม DHA มีผลลัพธ์ด้านความรู้ความเข้าใจที่ดีขึ้นได้แม้จะมีกิจกรรมของสมองที่น้อยลง

เมื่อพูดถึงการสนับสนุนความจำและการรับรู้ ให้ลองเพิ่มพลังให้สมองด้วยฟอสฟาติดิลโคลีน ฟอสฟาติดิลซีรีน ไทอามีน ลูทีน และ DHA

ข้อมูลอ้างอิง:

  1. Bauer I, Hughes M, Rowsell R, et al. Omega-3 supplementation improves cognition and modifies brain activation in young adults. Hum Psychopharmacol. 2014;29(2):133-144. doi:10.1002/hup.2379
  2. Baumeister J, Barthel T, Geiss KR, Weiss M. Influence of phosphatidylserine on cognitive performance and cortical activity after induced stress. Nutr Neurosci. 2008;11(3):103-110. doi:10.1179/147683008X301478
  3. Blusztajn JK, Slack BE, Mellott TJ. Neuroprotective actions of dietary choline. Nutrients. 2017;9(8):815. Published 2017 Jul 28. doi:10.3390/nu9080815
  4. Buscemi S, Corleo D, Di Pace F, Petroni ML, Satriano A, Marchesini G. The Effect of lutein on eye and extra-eye health. Nutrients. 2018;10(9):1321. Published 2018 Sep 18. doi:10.3390/nu10091321
  5. Cardoso C, Afonso C, Bandarra NM. Dietary DHA and health: cognitive function ageing. Nutr Res Rev. 2016;29(2):281-294. doi:10.1017/S0954422416000184
  6. Che H , Zhou M , Zhang T , et al. Comparative study of the effects of phosphatidylcholine rich in DHA and EPA on Alzheimer's disease and the possible mechanisms in CHO-APP/PS1 cells and SAMP8 mice. Food Funct. 2018;9(1):643-654. doi:10.1039/c7fo01342f
  7. Dhir S, Tarasenko M, Napoli E, Giulivi C. Neurological, psychiatric, and biochemical aspects of thiamine deficiency in children and adults. Front Psychiatry. 2019;10. doi:10.3389/fpsyt.2019.00207
  8. Farine, L., Niemann, M., Schneider, A. et al. Phosphatidylethanolamine and phosphatidylcholine biosynthesis by the Kennedy pathway occurs at different sites in Trypanosoma brucei. Sci Rep 5, 16787 (2015). https://doi.org/10.1038/srep16787
  9. Furse S, de Kroon A. Phosphatidylcholine’s functions beyond that of a membrane brick. Mol Membr Biol. 2015;32(4):117-119. doi:10.3109/09687688.2015.1066894
  10. Gibson GE, Hirsch JA, Fonzetti P, Jordan BD, Cirio RT, Elder J. Vitamin B1 (thiamine) and dementia. Ann N Y Acad Sci. 2016;1367(1):21-30. doi:10.1111/nyas.13031
  11. Gibson GE, Luchsinger JA, Cirio R, et al. Benfotiamine and cognitive decline in Alzheimer's disease: results of a randomized placebo-controlled phase iia clinical trial. J Alzheimers Dis. 2020;78(3):989-1010. doi:10.3233/JAD-200896
  12. Glade MJ, Smith K. Phosphatidylserine and the human brain. Nutrition. 2015;31(6):781-786. doi:10.1016/j.nut.2014.10.014
  13. Hashioka S, Han YH, Fujii S, et al. Phosphatidylserine and phosphatidylcholine-containing liposomes inhibit amyloid beta and interferon-gamma-induced microglial activation. Free Radic Biol Med. 2007;42(7):945-954. doi:10.1016/j.freeradbiomed.2006.12.003
  14. Johnson EJ, McDonald K, Caldarella SM, Chung H-Y, Troen AM, Snodderly DM. Cognitive findings of an exploratory trial of docosahexaenoic acid and lutein supplementation in older women. Nutr Neurosci 2008;11(2):75–83
  15. Johnson EJ. Role of lutein and zeaxanthin in visual and cognitive function throughout the lifespan. Nutr Rev. 2014;72(9):605-612. doi:10.1111/nure.12133
  16. Kim HY, Huang BX, Spector AA. Phosphatidylserine in the brain: metabolism and function. Prog Lipid Res. 2014;56:1-18. doi:10.1016/j.plipres.2014.06.002
  17. Kuratko CN, Barrett EC, Nelson EB, Salem N Jr. The relationship of docosahexaenoic acid (DHA) with learning and behavior in healthy children: a review. Nutrients. 2013;5(7):2777-2810. Published 2013 Jul 19. doi:10.3390/nu5072777
  18. Markova N, Bazhenova N, Anthony DC, et al. Thiamine and benfotiamine improve cognition and ameliorate GSK-3β-associated stress-induced behaviours in mice. Prog Neuropsychopharmacol Biol Psychiatry. 2017;75:148-156. doi:10.1016/j.pnpbp.2016.11.001
  19. Moré MI, Freitas U, Rutenberg D. Positive effects of soy lecithin-derived phosphatidylserine plus phosphatidic acid on memory, cognition, daily functioning, and mood in elderly patients with Alzheimer's disease and dementia. Adv Ther. 2014;31(12):1247-1262. doi:10.1007/s12325-014-0165-1
  20. Orhan C, Erten F, Er B, et al. Lutein/zeaxanthin isomers regulate neurotrophic factors and synaptic plasticity in trained rats. Turk J Med Sci. 2021;51(4):2167-2176. Published 2021 Aug 30. doi:10.3906/sag-2101-264
  21. Richter Y, Herzog Y, Lifshitz Y, Hayun R, Zchut S. The effect of soybean-derived phosphatidylserine on cognitive performance in elderly with subjective memory complaints: a pilot study. Clin Interv Aging. 2013;8:557-563. doi:10.2147/CIA.S40348
  22. Sala-Llonch R, Idland AV, Borza T, et al. inflammation, amyloid, and atrophy in the aging brain: relationships with longitudinal changes in cognition. J Alzheimers Dis. 2017;58(3):829-840. doi:10.3233/JAD-161146
  23. Sambon M, Wins P, Bettendorff L. Neuroprotective effects of thiamine and precursors with higher bioavailability: focus on benfotiamine and dibenzoylthiamine. Int J Mol Sci. 2021;22(11):5418. Published 2021 May 21. doi:10.3390/ijms22115418
  24. Simpson BN, Kim M, Chuang YF, et al. Blood metabolite markers of cognitive performance and brain function in aging. J Cereb Blood Flow Metab. 2016;36(7):1212-1223. doi:10.1177/0271678X15611678
  25. Stringham JM, Johnson EJ, Hammond BR. Lutein across the lifespan: from childhood cognitive performance to the aging eye and brain. Curr Dev Nutr. 2019;3(7):nzz066. Published 2019 Jun 4. doi:10.1093/cdn/nzz066
  26. Talamonti E, Sasso V, To H, et al. Impairment of DHA synthesis alters the expression of neuronal plasticity markers and the brain inflammatory status in mice. FASEB J. 2020;34(2):2024-2040. doi:10.1096/fj.201901890RR
  27. Tan W, Zhang Q, Dong Z, et al. phosphatidylcholine ameliorates LPS-Induced systemic inflammation and cognitive impairments via mediating the gut-brain axis balance. J Agric Food Chem. 2020;68(50):14884-14895. doi:10.1021/acs.jafc.0c06383
  28. van der Veen J, Kennelly J, Wan S, Vance J, Vance D, Jacobs R. The critical role of phosphatidylcholine and phosphatidylethanolamine metabolism in health and disease. Biochimica et Biophysica Acta (BBA) - Biomembranes. 2017;1859(9):1558-1572. doi:10.1016/j.bbamem.2017.04.006
  29. van der Wurff ISM, Meyer BJ, de Groot RHM. Effect of omega-3 long chain polyunsaturated fatty acids (n-3 LCPUFA) supplementation on cognition in children and adolescents: a systematic literature review with a focus on n-3 LCPUFA blood values and dose of DHA and EPA. Nutrients. 2020;12(10):3115. Published 2020 Oct 12. doi:10.3390/nu12103115
  30. von Schacky C. Importance of EPA and DHA Blood Levels in Brain Structure and Function. Nutrients. 2021;13(4):1074. Published 2021 Mar 25. doi:10.3390/nu13041074
  31. Wallace TC. A comprehensive review of eggs, choline, and lutein on cognition across the life-span. J Am Coll Nutr. 2018;37(4):269-285. doi:10.1080/07315724.2017.1423248
  32. Zuniga KE, Bishop NJ, Turner AS. Dietary lutein and zeaxanthin are associated with working memory in an older population. Public Health Nutr. 2021;24(7):1708-1715. doi:10.1017/S1368980019005020